Showing posts with label นโยบายรัฐบาล. Show all posts
Showing posts with label นโยบายรัฐบาล. Show all posts

Monday, 5 January 2026

LADANG PAWAH (ลาแด ปาเว๊าะ)

LADANG PAWAH (ลาแด ปาเว๊าะ)

Large Area Development for Access Nation Growth with Property of Agricultural Wealth and Ancestry Heritage

อีกหนึ่งรูปแบบ การผสมผสานองค์ความรู้การทำการเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานรากและสร้างอาชีพ ให้ประชาชนในระดับหมู่บ้าน/ตำบลมีรายได้และมีงานทำ


การแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศเพื่อให้ชาวบ้านที่ตกงานได้มีงานทำ หากได้สนับสนุนเกษตรแบบแปลงใหญ่ในระดับหมู่บ้านหรือตำบล โดยรวบรวมที่ดินการเกษตรของชาวบ้านหรือที่ดินรัฐที่ว่างเปล่า รวมเป็นแปลงใหญ่ และรัฐสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญและจัดการในรูปแบบบริษัทหรือสหกรณ์ เลือกพืชที่ปลูกเหมาะสมกับพื้นที่ ให้เจ้าของที่ดินหรือคนในพื้นที่หรือคนที่สนใจมาเป็นลูกจ้างรายวัน รายเดือน งานจ้างเหมา และปันผลกำไรให้กับเจ้าของที่ดิน การจัดการที่ดินเพื่อการเกษตร เป็นรูปแบบที่ประสบผลสำเร็จแล้วในประเทศมาเลเซีย สามารถลดปัญหาการนำที่ดินรัฐมาใช้ประโยชน์หรือแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ไม่สามารถนำดินมาทำการเกษตรได้ การแจกดินรัฐให้กับชาวบ้านที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ทำให้เกิดการขายสิทธิ์และดินนั้นจะถูกซื้อสิทธิ์โดยนายทุน ดังที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่นิคม ดิน สปก. เป็นต้น 


การทำเกษตรรวมแปลงเป็นแปลงใหญ่ สามารถทำให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ และรัฐได้ประโยชน์จากการร่วมลงทุน (joint venture) กับบริษัทหรือสหกรณ์ มีผู้เชี่ยวชาญสนับสนุนความรู้และใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ วางแผน (คน เงิน งาน วัสดุอุปกรณ์ เทคโนโลยี) บริหารจัดการ ทำกาตลาด ทดสอบดิน  จัดทำปุ๋ย จัดการน้ำ น้ำจะไหล จากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ไปยังทิศตะวันออกเฉียงใต้ ดูทิศทางลม ลมจะพัดมาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และพัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ 


พืชที่เหมาะสมในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ อาทิเช่น ลองกอง ทุเรียน สะตอ ส้มแขก ปาล์มน้ำมัน ข้าว สัปปะรด มะพร้าว สละ กล้วย ฝรั่ง พืชตระกูลถั่ว ผักพื้นบ้าน ยาง (หากแก้ปัญหาโรคใบร่วงได้) อาจมีการเลี้ยงสัตว์บกและสัตว์น้ำร่วมด้วย เพื่อการใช้ประโยชน์จากแรงงานสัตว์ มูลสัตว์ เศษพืชผักเป็นอาหารสัตว์

สัดส่วนที่ดินที่คุ้มทุน ประมาณ 1,000 ไร่ขึ้นไป ได้มาจากการรวมที่ดินของเกษตรกรหรือคหบดี ดินสาธารณะที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ดินรกร้างว่างเปล่า


ที่มาขององค์ความรู้

#ศนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง

#ฟารมตัวอย่าง

#เกษตรแปลงใหญของประเทศมาเลเซีย

#ภมิปัญญาชาวบ้าน Pawah หรือ ปูวะ (ภาษาเจ๊ะเห - ปิยะ ลำพรหมสุข) หรือ วะ ภาษาใต้ ให้คนมีแรงใช้ที่ดินของคนมีที่ดินทำการเกษตรแทน เพราะคนมีที่ดิน อาจขาดทักษะหรือไม่มีเวลาและ/หรือไม่มีแรงทำการเกษตร)


หน่วยงานมาเลเซีย

#FELCRA - Federal Land Consolidation and Rehabilitation Authority (Lembaga Penyatuan dan Pemulihan Tanah Persekutuan)

#FELDA - Federal Land Development Authority (Lembaga Kemajuan Tanah Persekutuan)

#RISDA - Rubber Industry Smallholders Development Authority (Pihak Berkuasa Kemajuan Pekebun Kecil Perusahaan Getah)

#(ladang) estet - 1. ladang atau kebun yg luasnya lebih drpd seratus ekar; 2. kawasan yg sudah dimajukan dgn pembinaan bangunan; ~ perindustrian kawasan yg dimajukan utk keperluan perindustrian.

#MARDI - Malaysian Agricultural Research and Development Institute (Institut Penyelidikan dan Kemajuan Pertanian Malaysia)

#FAMA - Federal Agricultural Marketing Authority (Lembaga Pemasaran Pertanian Persekutuan)


#เกษตร #เกษตรแปลงใหญ่ #เศรษฐกิจ #เศรษฐกิจฐานราก


https://bit.ly/3Pw2C9n


เกษตรกรรม หรืออาชีพการทำเกษตรไม่เหมาะกับคนจน

เกษตรกรรม หรืออาชีพการทำเกษตรไม่เหมาะกับคนจน ซึ่งมีนิยามหลัก คือ คนที่ขาดแคลนปัจจัยสี่ ไม่มีที่ทำกิน หนี้สินมากมาย รายได้ไม่ดี แถมมีโรคภัย

     วิเคราะห์ให้เห็นตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ดังนี้

     1. คุณลักษณะหรือคุณสมบัติของคนทำเกษตร จะต้องมีร่างกายแข็งแรง มานะบากบั่น ขยันอดทน ใส่ใจและมีใจรัก รุ้จักวางแผน แก้ปัญหาได้ดี ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้แทบไม่เห็นในหมู่คนจน

     2. พื้นที่ดำเนินการ ทั้งเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ย่อมใช้พื้นที่ทั้งสิ้น ทั้งพื้นที่ปลูก เลี้ยง แปลงหญ้า แหล่งอาหาร ถ้าพื้นที่มากทุนในการจัดการอาจน้อยแต่ถ้าพื้นที่น้อยจะต้องใช้ทุนในการจัดการมาก คนจนจะมีที่ทำกินเหล่านี้มากมายแค่ไหน

     3. ปัจจัยการผลิตเกือบทุกอย่างค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ปุ๋ยพืชอาหารสัตว์ สารเคมี ยารักษาโรค วัสดุอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องจักรเครื่องกล ล้วนแล้วแต่แพงๆ เกือบทั้งสิ้น คนจนจะมีปัญญาซื้อได้ที่ไหน

     4. ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวผลผลิต ล้วนแล้วแต่ต้องรอเกือบทั้งสิ้น ที่สั้นที่สุดคือเพาะถั่วงอก 6-7 วัน ปลูกผักบุ้ง 2-30 วัน พืชผักอื่นล้วนต้องใช้เวลา เลี้ยงเป็ดไก่ก็ 2-3 เดือน เลี้ยงแพะเลี้ยงแกะ ก็ครึ่งปี เลี้ยงวัว ควาย ต้องเป็นปี คนจนจะรอได้ไหม ไหนตอนเย็นจะกินอะไร พรุ่งนี้จะเอาเงินที่ไหนให้ลูกไปโรงเรียน

     5. ความเสี่ยงที่มีเกือบตลอด ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม โรคภัย ความผันผวนของราคาผลผลิต คนจนจะรับไหวสักกี่น้ำ

     6. การตลาดที้ไม่แน่นอน ทำแล้ว ปลูก เลี้ยง ผลิตแล้ว ไปขายที่ไหน ใครจะมาซื้อ ขายไม่ได้จะทำอย่างไร เอาปัญญาไหนจะไปแปรรูป หรือเดินหน้าต่อ

     7. ความคุ้มทุน ถ้าทำน้อยจะไม่คุ้ม ต้องทำเยอะถึงจะคุ้ม คนจนไม่มีปัญญาพอที่จะลงทุนเยอะๆ 

     ไม่ทำอย่างดีก็แค่จน แต่ถ้าทำบางทีอาจเจ๊งได้ครับ

จาก อรุณ สารบัญ


Friday, 12 July 2019

ปัญหาประชาชนและแนวทางขับเคลื่อนเพื่อการแก้ไขด้วยศาสตร์พระราชา



ในฐานะนักพัฒนาชุมชน ได้รับการบอกเล่าต่อ ๆ กันมาว่า ปัญหาประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชนไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือ ปัญหา ๔ จ. ได้แก่ จน เจ็บ จ๋อง โจร สามารถอธิบายได้ดังนี้
จน หมายความว่า ประชาชนยังประสบปัญหาความยากจน รายได้น้อย มีภาระหนี้สิน เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ
เจ็บ หมายความว่า ประชาชนยังประสบปัญหาด้านสุขภาพอนามัย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสุขภาพกายหรือสุขภาพจิต แม้นว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของธรรมดา สังขารล้วนไม่เที่ยง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งโรงพยาบาลจะเป็นสถานที่พักแหล่งที่สองของประชาชนนับวันจะเพิ่มปริมาณมากขึ้น หรือบ้านพักคนชราก็จะเป็นที่พักพิงของผู้สูงอายุ  
จ๋อง หมายความว่า ประชาชนเกิดอาการทำอะไรไม่ถูก คิดอะไรไม่ออก ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือคนรวย หากมีคนในครัวเรือนไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ลูกหลานเกเร หรือถูกลูกหลานทอดทิ้งเมื่อยามแก่เฒ่า
โจร หมายความว่า ประชาชนยังประสบปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหาอาชญากรรม หรือบางคนเป็นโจรหรือลักเล็กขโมยน้อย เนื่องมาจากสันดานโจร หรือไปติดยา ติดการพนัน แม้กระทั่งไม่มีอันจะกิน เลยกลายเป็นโจร
รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย พยายามแก้ปัญหาหลากหลายรูปแบบ มีทั้งส่งเสริม/สนับสนุนอาชีพ รวมทั้งลดแลกแจกแถม การแก้ปัญหาก็ยังไม่จบสิ้น จัดให้มีกองทุนเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน จัดทำบัตรสวัสดิการ ประกันสุขภาพ ออกกฎหมายและบังคับใช้กฎหมาย ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการเมืองการปกครอง ให้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถึงระดับตำบลให้มีการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น ระดับหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกผู้นำของตนเอง โดยไม่ได้คาดคิดว่า นโยบายและสิ่งที่ได้ดำเนินการมีผลกระทบในระยะยาว และไม่ได้เตรียมความพร้อมสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นจากการแก้ปัญหา ๔ จ. นั่นคือ
๑. ความขัดแย้งทางความคิดจากการเลือกตั้งในหมู่บ้าน
๒. ความล่มสลายของครอบครัวจากบุคคลในครัวเรือนไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
๓. ขาดความเชื่อถือศรัทธาไว้วางใจกันเองของคนในหมู่บ้าน/ชุมชนจากการไม่ใช้หนี้กองทุนเหมุนเวียน
นั่นคือ ในระดับหมู่บ้าน/ชุมชน เราพบว่า ปัญหาอุปสรรคมูลฐานและผลกระทบเชิงโครงสร้างทางสังคมในหมู่บ้าน/ชุมชนที่ชาวบ้านไม่ค่อยพูด เป็นปัญหาซ่อนเร้น (hidden problems) แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนความเข้มแข็งของหมู่บ้าน/ชุมชนและเป็นความทุกข์ของชาวบ้าน ความทุกข์ของชุมชน  เป็นผลกระทบจากการแก้ปัญหา ๔ จ. โดยมีหน่วยงานของรัฐที่ทำงานในระดับพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชนไม่ว่า จะเป็นหน่วยงานปกครอง/ตำรวจ/ทหาร พัฒนาชุมชน เกษตร ประมง ปศุสัตว์ สาธารณสุข โรงเรียน และอื่น ๆ เพื่อดำเนินการในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ใน ๓ รูปแบบ/วิธีการ ได้แก่
๑. การปกครองดูแลประชาชนและการบังคับใช้กฎหมาย
๒. การพัฒนาชุมชน การดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน หรือใช้วิถีประชาชน
๓. การสงเคราะห์ เยี่ยวยา การใช้หลักจารีตประเพณี ใช้วิธีการทางสังคมจิตยา
แต่หน่วยงานบางหน่วยงานก็ยังประสบปัญหาระบบการทำงานและการขาดความสมดุลระหว่าง คน เงิน งาน บางหน่วยงานมีงานมาก แต่คนกับเงินไม่ค่อยมี บางหน่วยงานมีคน แต่เงินกับงานไม่ค่อยมี ซึ่งรัฐบาลจะต้องปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐเหล่านี้ ให้สอดคล้องกันระหว่าง คน เงิน และงาน จึงจะทำงานได้ และสิ่งสำคัญที่สุดต้องดึงประชาชนทุกระดับชั้นเข้ามามีส่วนร่วม ไม่จะเข้ามาเป็นจิตอาสา โดยเฉพาะจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” การเข้าเป็นอาสาพัฒนาชุมชน/ภาคประชาสังคม ตั้งแต่ระดับรากหญ้า โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนงบประมาณ และหน่วยงานของรัฐอำนวยความสะดวกในการดำเนินกิจกรรม โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็ก เยาวชน การดูและผู้สูงอายุ คนชรา ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ เป็นต้น ด้วยการน้อมนำศาสตร์พระราชาที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาประชาชน ได้แก่ ยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และหลักการทรงงาน ๒๓ ข้อ



รายละเอียด ศาสตร์พระราชาและการแก้ปัญหาประชาขน


Sunday, 17 February 2019

นโยบายเศรษฐกิจฐานรากที่กระทบต่อพฤติกรรมชาวบ้าน

หมู่บ้าน/ชุมชนเตรียมล่มสลาย/ขัดแย้งทางความคิดแบ่งพรรคแบ่งพวกจากการเลือกตั้ง/เกิดความไม่เชื่อใจซึ่งกันและกัน...อีกไม่รู้กี่ครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า... ที่จะเกิดจากนโยบายรัฐบาลบางพรรคที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจฐานราก และกำลังหาเสียง... เอาใจชาวบ้านที่ผิดวิธีและทำให้ชาวบ้านเสียนิสัยและวินัยทางการเงิน... ไม่ได้คำนึงการบริหารความเสี่ยงและผลกระทบเชิงลบของโครงการ/กิจกรรม... เพียงแค่ให้เลือกพรรคตนเอง...  เหมือนกองทุนหมู่บ้านฯ หรือกองทุนหมุนเวียนอื่นๆ
ขอร้องเถอะครับ!...
จะออกนโยบายที่เกี่ยวข้องกับหมู่บ้าน/ชุมชนประเภท ลด แลก แจก แถม ให้คำนึงถึง ๓ มาตรการรองรับด้วย ก่อนหมู่บ้าน/ชุมชนล่มสลาย ได้แก่
๑.การมีส่วนร่วมของหมู่บ้าน/ชุมชน ไม่ใช่คนไม่กี่คนได้รับประโยชน์
๒.การบังคับใช้กฏหมายและการปกครอง ที่จะบังคับไม่ให้มีการเบี้ยวหนี้ เบี้ยวโครงการ รวมทั้ง การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจัดการ/หน่วยงานของรัฐที่ทำงานกับชาวบ้าน
๓.สังคมจิตวิทยา เยียวยา การสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส หรือได้รับผลกระทบจากนโยบาย
#นโยบาย #กองทุน #เงินกู้ #แหล่งทุน #หมู่บ้าน #ชุมชน #ชาวบ้าน

Friday, 18 May 2018

ข้อสั่งการโครงการไทยนิยม ยังยืน เวทีครั้งที่ ๔

สรุปข้อสั่งการ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบแนวทางการลงพื้นที่ ครั้งที่ ๔ ของทีมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทย ตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ระดับตำบล/ชุมชน ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล (Video Conference) เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑ โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมการปกครอง ฯลฯ เข้าร่วมประชุมด้วย  

สรุปแยกประเด็น ได้ดังต่อไปนี้
๑. การจัดเวที ครั้งที่ ๔ ให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้ได้ข้อสรุปวิธีการปฏิบัติจากการสร้างการรับรู้ ให้ความเข้าใจไปแล้วในเวทีครั้งที่ ๑, ๒ และ ๓ (สร้างความปรองดอง/วิถีไทยวิถีพอเพียง/ประชาธิปไตย/แก้ปัญหายาเสพติด/สร้างอาชีพรายได้)
๒. ให้สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนตามแนวทางประชารัฐ
๓. โครงการหมู่บ้านะสองแสนบาท/ให้ทบทวน เน้นทำโครงการสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้ได้ ๗๐% ของจำนวนโครงการทั้งหมด
๔. โครงการด้านสาธารณูปโภคให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับไปดำเนินการและใช้เงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๕. การบริหารโครงการให้โปร่งใส ให้เรียบร้อย ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมแบบประชารัฐ
๖. รัฐบาลต้องการให้ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นหลัก การดูแลคุณภาพชีวิตเป็นเรื่องรอง
๗. ให้พื้นที่คัดกรองโครงการให้สอดรับกับนโยบายเพิ่มงานเพิ่มรายได้ของรัฐบาล
๘. ไทยนิยม ยั่งยืน ถึงตอนนี้ ขอให้เป็นการปฏิบัติแล้วเพราะมีงบประมาณลงไปในพื้นที่แล้ว (๒๐๐,๐๐๐ บาท/๓๐๐,๐๐๐ บาท/งบท่องเที่ยวชุมชน/งบพัฒนาการเกษตร ๓๐๐,๐๐๐ บาท/งบ ก.แรงงาน)
๙. ผู้ตกหล่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ทีมตำบลสำรวจไว้ก่อนทำเป็นข้อมูลไว้แล้วจะเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาต่อไป
๑๐. ให้เน้นการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของชุมชนตลอดทั้งความสงบสุขความปลอดภัยในชุมชน 

Friday, 4 May 2018

ปฏิรูปรองรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0" เลิกใช้ "สำเนาบัตร ปชช.-ทะเบียนบ้าน"

ข่าวดี !! เลิกใช้ "สำเนาบัตรปชช.-ทะเบียนบ้าน" ส.ค.นี้
ข่าวทั่วไป คม ชัด ลึก :  30 เม.ย. 2561 


"บิ๊กตู่" นั่งปธ.ถก "ขับเคลื่อนปฏิรูปรองรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0" เลิกใช้  "สำเนาบัตร ปชช.-ทะเบียนบ้าน" ส.ค.นี้ พร้อมเตรียมคนไทยสู่ทศวรรษที่ 21

30 เมษายน 2561 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0  
           
โดยที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าในประเด็นการปฏิรูประบบราชการ การพัฒนาและรังสรรค์นวัตกรรมรูปแบบใหม่ อาทิ การแก้ไขปัญหาพื้นที่ป่าและการใช้ประโยชน์พื้นที่จังหวัดน่าน โดยจะขอคืนพื้นที่ร้อยละ 18 จากพื้นที่ป่าทั้งหมด และอีกร้อยละ 10 ที่เหลือ ให้ประชาชนสามารถปลูกพืชเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ โดยพื้นที่ยังเป็นป่าของรัฐ เพื่อลดการบุกรุกป่าอนุรักษ์



นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้า การดำเนินงานของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) โดยจะแจ้งตำแหน่งจุดให้บริการประชาชนประมาณ 40,000 คน ในเดือนพฤษภาคมนี้ นอกจากนี้ในเดือนสิงหาคมจะยกเลิกสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน จากหน่วยงานรัฐที่ให้บริการ พร้อมเปิดใช้แอพพลิเคชั่น บอกข้อมูลการให้บริการของรัฐแก่ประชาชน
           
จากนั้นในเดือนตุลาคมนี้ จะเริ่มยกเลิกสำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล ก่อนที่ในเดือนมกราคม 2562 จะเปิดใช้ระบบการประเมินผลความพอใจของประชาชนต่อการรับบริการ ส่วนประเด็นการเตรียมคนไทยสู่ทศวรรษที่ 21 ที่ประชุมรับทราบการดำเนินการสร้างกระบวนทัศน์และหลักคิดสำหรับคนไทย 5 ด้าน คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตสาธารณะ และรับผิดชอบ

ดีเดย์ 5 มิ.ย. ปักหมุดสถานที่ราชการไม่ใช้สำเนาเอกสาร


"วิษณุ" เผย 5 มิ.ย. ดีเดย์ "นายกฯ" ปักหมุดสถานที่ราชการไหน ปลอดสำเนาเอกสาร ระบุ ปชช. ตรวจสอบง่ายในแอพมือถือ
เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 61 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมชี้แจงการดำเนินการ โครงการพัฒนาระบบการประเมินความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานรัฐ และการยกเลิกสำเนาเอกสารราชการ
นายวิษณุ กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลได้ผลักดันเรื่องรัฐบาลดิจิทัลเพื่ออนาคตประเทศไทย (Digital Government) เพื่อจะจัดระบบการบริหารราชการแผ่นดินโดยเฉพาะปรับปรุงระบบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐให้ใกล้เคียงกับไทยแลนด์ 4.0 โดยมีหัวใจหลักๆมีอยู่ 3 ข้อประกอบด้วย 1.การนำเทคโนโลยีมาใช้ประกอบการทำงานในระบบราชการให้มากที่สุด 2.เชื่อมโยงข้อมูลของส่วนราชการ ระหว่างกรมต่อกรม ส่วนกลางไปสู่ภูมิภาค เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน และ 3.เปิดให้ประชาชน มีส่วนร่วม และแสดงความเห็นต่อการทำงาน โดยในวันที่ 5 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. จะเปิดงานปักหมุดบอกว่าสถานที่ราชการแห่งใดเวลาไปติดต่อราชการไม่ต้องเอาเอกสารอะไรไปด้วย โดยจะแสดงในแอพพลิเคชั่นมือถือของประชาชนว่าแต่ละสถานที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้มากน้อยแค่เพียง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ง่ายในโทรศัพท์มือถือ
นายวิษณุ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องการเห็น คืออยากให้ส่วนราชการทุกแห่งเข้าใจเรื่องนี้ เมื่อเข้าใจกระบวนการ วิธีทำงาน และความต้องการของรัฐบาล ก็จะเข้าถึงเมื่อเข้าถึงแล้วจะนำมาสู่ความพึงพอใจของประชาชนที่มาติดต่อราชการเขาอยากได้ความสะดวก ความสบาย ความรวดเร็ว และการพูดจาไพเราะอ่อนหวาน และความมุ่งหมายของประเทศไม่ใช่ความมุ่งหมายของรัฐบาลหรือ พล.อ.ประยุทธ์เพียงคนเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ส่วนจะถือเป็นการปฏิรูประบบราชการหรือไม่นั้น การปฏิรูปมีอยู่แล้ว ซึ่งยุคนี้ต้องมีการปฏิรูปใหญ่ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนบังคับไว้ และใครมาเป็นรัฐบาลก็ต้องทำ พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่หรือไม่อยู่ก็ต้องทำ!