Wednesday, 7 November 2018

แนวทางแก้ปัญหาลูกหนี้ไม่ชำระหนี้สินกองทุนหมุนเวียน

พลเอก ประยุทธ์ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๑ เกี่ยวกับปัญหาลูกหนี้ไม่ชำระหนี้สินกองทุนหมุนเวียนในหมู่บ้าน/ชุมชน

ในการนี้ ขอนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาลูกหนี้ไม่ชำระหนี้สินกองทุนหมุนเวียนในหมู่บ้าน/ชุมชน อาทิเช่น กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (กทบ.) กองทุนหมุนเวียนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) ฯลฯ เป็นต้น ทำให้เงินของรัฐเป็นพันล้านบาทถูกแช่แข็ง (Freeze) อยู่กับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่มีจำนวนไม่มาก เฉลี่ยหมู่บ้าน/ชุมชนละ ๕๐ - ๗๐ คน ทำให้คนส่วนใหญ่อีกเป็นร้อยเป็นพันคนขึ้นอยู่กับขนาดของหมู่บ้าน/ชุมชนเสียโอกาส และเงินไม่มีการหมุนเวียนตามกฎ Irving Fisher คือ MV=PT* อันนำไปสู่การขาดศรัทธาหรือเสียเครดิตในตัวบุคคลที่ไม่ยอมชำระหนี้

แนวทางแก้ไข 
รัฐให้การสนับสนุน ส่งเสริม และปรับปรุงโครงสร้างระบบการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนของหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลหรือไปเกี่ยวข้องเสียใหม่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสทางการเงินและการคลังของเงินทุนหมุนเวียนนอกระบบงบประมาณ และส่งเสริมความยั่งยืนทางการคลังขอประเทศไทย  ดังนี้
(๑) บันทึกรายการหนี้สินของลูกหนี้เงินทุนหมุนเวียนทุกรายและทุกประเภทลงในบัตรประจำตัวประชาชน และผ่านระบบธนาคาร ไม่ว่าจะฝากหรือถอนเงิน และส่งจ่ายเงินกู้ยืมด้วยตนเองหรือผู้ได้รับมอบฉันทะทุกครั้ง เพราะสามารถป้องกันการยักยอกเงินของเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการ รวมทั้ง การทำลายหลักฐานทางการเงินและทะเบียนต่าง ๆ
(๒) ให้ผู้ที่เบี้ยวหนี้ ติดเครดิตบูโร และ/หรือ ฟ้องร้องดำเนินคดี จะได้สร้างวินัยทางการเงินให้กับผู้กู้
(๓) ผู้ที่เป็นหนี้เงินทุนหมุนเวียนของรัฐทุกประเภทไม่มีเวลาหมดอายุความ เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเดือดร้อน ต้องชดใชัเงินของผู้เบี้ยวหนี้โดยใช่เหตุ
(๔) การรับภาระหนี้ให้เป็นรายคน ไม่ใช่รายกลุ่ม แม้นจะรวมกลุ่มกันทำโครงการเพื่อหลีกเลี่ยงภาระที่จะตกกับคนใดคนหนึ่ง หรือคนหนึ่งได้ประโยชน์และอีกคนต้องชดใช้หนี้...ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว
(๕) เมื่อผู้เป็นหนี้เงินทุนหมุนเวียนของรัฐทุกรายทุกประเภทเบี้ยวหนี้ จะมาทำธุรกรรมทางการเงิน หรือติดต่อกับเจ้าหน้าที่ฯ เพื่อขึ้นทะเบียนอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ขึ้นทะเบียนรถ โอนที่ดิน เข้าโรงพยาบาล  จะฝากหรือโอนเงินกับธนาคาร ก็ต้องทำการประนอมหนี้ด้วย 
(๖) เมื่อพบผู้ที่เป็นหนี้ตามข้อ ๕ มีฐานะยากจน จะได้ขึ้นทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและฝึกอาชีพ เพราะอาจเบี้ยวหนี้โดยฐานะหรือถูกหลอก หากพบผู้ที่เป็นหนี้ตามข้อ ๕ มีฐานะร่ำรวย จักได้ทำการยึดทรัพย์หรือเสียค่าปรับ เพราะเบี้ยวหนี้โดยสันดาน


ข้อสังเกต
การนำนโยบายรัฐบาลสู่การปฏิบัติ (Public Policy Implementation) ที่ไม่ประสบผลสำเร็จและไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ มิหนำซ้ำยังเกิดผลกระทบเชิงลบระยะยาวต่อประชาชนอย่างควบคุมไม่ได้ หากไม่มีและไม่ได้คำนึงถึง ๓ มาตรการ (Measurements) ควบคู่กันไป

(๑) มาตรการทางกฎหมาย การปกครอง และขั้นตอนวิธีที่ถูกต้อง (Measurement of Law enforcement, Administration, and Right procedure) เมื่อเป็นเรื่องเงินกู้ก็ขาดกระบวนการบริหารจัดการการเงินที่ได้มาตรฐานเหมือนสถาบันการเงินทั่วไป แต่ปล่อยให้ชาวบ้านจัดการเองทีมีแต่ความเสี่ยงต่อการยักยอกเงิน โกง และเบี้ยวหนี้

(๒) มาตรการทางสังคม การมีส่วนร่วมของชุมชน และภาคประชาสังคม (Measurement of Community Development, People Participation and Civil Society) ซึ่งจำเป็นที่ต้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมด้านการบริหารจัดการ แต่เป็นการบริหารจัดการกลุ่ม/องค์กร เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับการเงิน ต้องเชื่อมโยงการบริหารการเงินกับสถาบันการเงินของรัฐหรือธนาคารเป็นตัวกลาง (Financial Intermediary)

(๓) มาตรการทางการเยียวยา และการช่วยเหลือผู้ถูกกระทบ (Measurement of Social worker and Welfare) หรือผู้ที่ประสบปัญหาทางการเงินจริง ๆ รัฐก็ต้องสนับสนุนอาชีพ ทักษะการประกอบอาชีพ และการมีงานทำ ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย
______________
* quantity theory of money where MV = PT.
• M is the quantity of money,
• V is the speed money flows round the economy,
• P is the level of prices and
• T is the number of transactions.

อ้างถึง 

Tuesday, 6 November 2018

ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบการพัฒนาชุมชนชน

PESTILES เป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาชุมชนทั้งเชิงบวกและลบ

PESTILES are External factors toward positive and negative impact on Community Development

Politics = การเมือง
Economy = เศรษฐกิจ
Socio-culture = สังคมและวัฒนธรรม
Technology = เทคโนโลยี
Infrastructure = โครงสร้างพื้นฐาน
Legislation = กฎหมาย
Environment = สิ่งแวดล้อม
Security = ความมั่นคง ปลอดภัย

Thursday, 1 November 2018

การป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบ

#ป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบ
(Systematic risk)

เรียนก่อนรู้ และรู้ก่อนทำ
*ไม่ทำตามกระแสวิวัฒน์
อย่าทำตามแรงเชียร์*
ศักยภาพแต่ละคน นั่นไม่เหมือนกัน
เสียใจทีหลัง แล้วได้อะไร?

**อัตตา หิ อัตตโน นาโถ โก หิ นาโถ ปโร สิยา
อัตตนา หิ สุทันเตนะ นาถัง ลภติ ทุลลภัง ฯ
ตนแลเป็นที่พึ่งของตน คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
หากว่าบุคคลมีตนที่ฝึกดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งที่ได้โดยยาก ฯ**

__________
*นายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก
**http://www.kalyanamitra.org/th/article_detail.php?i=6410

#system #risk #management

Thursday, 25 October 2018

ทำดีไม่ทุจริต

คนเราทำดี (ดร.ธัชฤทธิ ปนารักษ์*) เรียงระดับจากมากไปหาน้อย เพราะ
๑.ไม่มีทางเลือก กลัวทำชั่วแล้วก็ถูกลงโทษตามกฎหมาย
๒. มีรางวัล อาจเป็นเงิน และ/หรือ ไม่ใช่เงิน เช่น ประกาศเกียรติคุณ โล่ห์
๓. หนังหน้า หรือ เอาหน้า ต้องการชื่อเสียง
๔. เป็นหน้าที่ ถ้าไม่ใช่หน้าที่ ก็ไม่ทำ
๕. หิริโอตะปะ คือ มีความละอายต่อบาป และเกรงกลัวต่อบาป หรือมียางอาย เป็นระดับอุดมคติ สูงสุด



คนเราเมื่อได้ประพฤติดีประพฤติชอบแล้ว เหมือนว่าไม่จำเป็นต้องมีระเบียบข้อบังคับใด ๆ เพราะเป็นคนมีวินัยอยู่ในใจ

สะท้อนภัยของการทุจริต เพราะ
๑.เกรงใจ จึงเสียงาน
๒.สงสาร จึงเสียหาย
๓.เชื่อง่าย จึงเป็นทุกข์

เหตุผลที่เกิดระบบอุปถัมภ์ มี ๗ ประการ
๑.สายโลหิต
๒.ศิษย์ข้างเคียง
๓.เสบียงหลังบ้าน (Empathy = เอื้อเฟื้อ เอาใจใส่)
๔.กราบกรานสอพลอ
๕.ล่อไข่แดง (ได้เสียเป็นผัวเมีย)**
๖.แกร่งวิชา (เก่งจริง ๆ)***
๗.ถลามาเอง
___________________
*กรรมการกำกับหลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์ ป.ป.ช. รัดับสูง (นยปส.) และประธานชมรม ป.ป.จ.ภาคอีสาน
**มุกจีบสาว
ใช้ทรัพย์ล่อ ยอให้เหลิง เชิงออกอ้อน วอนขอรัก ดักให้จน ทนให้ด่า ท้าให้ตบ ตะปบตัวเธอ
***เก่ง เฮง ดวง (เด็กของใคร วิ่งแค่ไหน เงินมีไม่) เลีย

Sunday, 7 October 2018

การเมืองไทย: ฝัน หวัง และภาวนา

ฝัน!
การเมืองไทย เป็นการเมืองเชิงสร้างสรรค์ ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการประเทศทั้งทางตรงหรือทางอ้อม

นักการเมืองไทยทุกคน เป็นบุคคลสาธารณะ ใกล้ชิดประชาชน มุ่งประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน

ประชาชนชาวไทยทุกคนรับรู้ความเคลื่อนไหวของนักการเมืองและสามารถจ้างนักการเมืองให้ทำงานแทนประชาชน

หวัง!
การเมืองไทย นำปัญหาความต้องการและศักยภาพของประชาชนทุกหมู่เหล่าตั้งแต่ระดับชุมชน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ประเทศชาติ และนานาชาติ มากำหนดเป็นนโยบายสาธารณะ อีกทั้ง ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน

นักการเมืองไทย เป็นบุคคลที่มีความคิดอ่าน มีความสามารถ ทันต่อเหตุการณ์ มีความโอภาปราศรัย รู้จริง ปฏิบัติจริง มีภาวะผู้นำสูง พร้อมเสียสละ ไม่อืดอาดยืดยาด ไม่ร้อยเล่ห์พันเหลี่ยม และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน

ประชาชนชาวไทยกับนักการเมืองรักกันเสมือนญาติ สื่อสารติดต่อง่าย ไม่มีม่านกันหลังจากได้รับการคัดเลือก

ภาวนา!
การเมืองไทย ไม่ใช่คิดการณ์ เพื่อทะเลาะกันเพราะผลประโยชน์ส่วนตน กลุ่มตน

นักการเมืองไทย ไม่ต้องการเข้าสู่อำนาจเพื่อความซะใจ แก้แค้น กอบโกย เสริมสร้างบารมี

ประชาชนชาวไทย ไม่พึ่งนักการเมืองเสมือนขอทาน ขอเศษส่วนแบ่ง และเป็นเครื่องมือให้นักการเมืองหาประโยชน์ หารายได้และถอนทุน

Wednesday, 3 October 2018

นโยบายรัฐบาลที่ไม่สัมฤทธิผล

ค้นพบแล้วยัง!
การนำนโยบายรัฐบาลสู่การปฏิบัติ (Public Policy Implementation) ที่ไม่ประสบผลสำเร็จและไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ มิหนำซ้ำยังเกิดผลกระทบเชิงลบระยะยาวต่อประชาชนอย่างควบคุมไม่ได้ หากไม่มีและไม่ได้คำนึงถึง ๓ มาตรการ (Measurements) ควบคู่กันไป
๑. มาตรการทางกฎหมาย การปกครอง และขั้นตอนวิธีที่ถูกต้อว (Measurement of Law enforcement, Administration, and Right procedure)
๒. มาตรการทางสังคม การมีส่วนร่วมของชุมชน และภาคประชาสังคม (Measurement of Community Development, People Participation and Civil Society)
๓. มาตรการทางการเยียวยา และการช่วยเหลือผู้ถูกกระทบ (Measurement of Social worker and Welfare)

Friday, 18 May 2018

ข้อสั่งการโครงการไทยนิยม ยังยืน เวทีครั้งที่ ๔

สรุปข้อสั่งการ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบแนวทางการลงพื้นที่ ครั้งที่ ๔ ของทีมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทย ตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ระดับตำบล/ชุมชน ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล (Video Conference) เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑ โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมการปกครอง ฯลฯ เข้าร่วมประชุมด้วย  

สรุปแยกประเด็น ได้ดังต่อไปนี้
๑. การจัดเวที ครั้งที่ ๔ ให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้ได้ข้อสรุปวิธีการปฏิบัติจากการสร้างการรับรู้ ให้ความเข้าใจไปแล้วในเวทีครั้งที่ ๑, ๒ และ ๓ (สร้างความปรองดอง/วิถีไทยวิถีพอเพียง/ประชาธิปไตย/แก้ปัญหายาเสพติด/สร้างอาชีพรายได้)
๒. ให้สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนตามแนวทางประชารัฐ
๓. โครงการหมู่บ้านะสองแสนบาท/ให้ทบทวน เน้นทำโครงการสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้ได้ ๗๐% ของจำนวนโครงการทั้งหมด
๔. โครงการด้านสาธารณูปโภคให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับไปดำเนินการและใช้เงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๕. การบริหารโครงการให้โปร่งใส ให้เรียบร้อย ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมแบบประชารัฐ
๖. รัฐบาลต้องการให้ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นหลัก การดูแลคุณภาพชีวิตเป็นเรื่องรอง
๗. ให้พื้นที่คัดกรองโครงการให้สอดรับกับนโยบายเพิ่มงานเพิ่มรายได้ของรัฐบาล
๘. ไทยนิยม ยั่งยืน ถึงตอนนี้ ขอให้เป็นการปฏิบัติแล้วเพราะมีงบประมาณลงไปในพื้นที่แล้ว (๒๐๐,๐๐๐ บาท/๓๐๐,๐๐๐ บาท/งบท่องเที่ยวชุมชน/งบพัฒนาการเกษตร ๓๐๐,๐๐๐ บาท/งบ ก.แรงงาน)
๙. ผู้ตกหล่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ทีมตำบลสำรวจไว้ก่อนทำเป็นข้อมูลไว้แล้วจะเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาต่อไป
๑๐. ให้เน้นการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของชุมชนตลอดทั้งความสงบสุขความปลอดภัยในชุมชน