Sunday, 18 November 2018

การบริหารความเสี่ยง

ในภาวะหน่วยงานมีขีดจำกัดและขาดความสมดุลของระบบ คน เงิน งาน และเวลาในการปฏิบัติงานด้วยความเร่งรีบ พึ่งระวังเถิด! ความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงาน ที่ต้องภาวนาไม่ให้เกิดและอย่าประมาทต่อการถูกตรวจสอบ และความจำเป็นที่ต้องมีการควบคุมภายใน

ความเสี่ยง (Risk) หมายถึง เหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอน ซึ่งอาจเกิดขึ้น และมีผลทำให้องค์กรเกิดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล ความสูญเปล่าไม่สามารถดำเนินงานให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) หมายถึง วิธีการบริหารจัดการที่เป็นไปเพื่อการคาดการณ์ และลดผลเสียของความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นกับองค์กร ทั้งนี้ เพื่อให้องค์กรสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปัญหา หมายถึง สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วและมักจะส่งผลในทางลบ เป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายการดำเนินการ จำเป็นต้องมีการแก้ไข เพราะมิเช่นนั้น ปัญหาดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสียหายตามมาได้

ปัจจัยหรือประเภทที่ทำให้เกิดความเสี่ยง (Risk Factors) ตามแนวทางของ COSO (The Committee of Sponsoring Organizations of The Treadway Commission มี ๔ ประการ
๑. ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk: S) คือ ความเสี่ยงเนื่องจากกลยุทธ์/การเมืองเศรษฐกิจ/ความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ ส่งผลต่อความได้เปรียบทางการแข่งขัน/การบริหารสินทรัพย์และการลงทุนหรือเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจผิดพลาดหรือนำการตัดสินใจนั้นมาใช้อย่างไม่ถูกต้อง
๒. ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน (Operational Risk: O) คือ ความเสี่ยงเนื่องจากระบบขององค์กร/กระบวนการ/เทคโนโลยี/บุคลากร/ความเพียงพอของข้อมูลส่งผลต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินธุรกิจ
๓. ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk) คือ ความเสี่ยงเนื่องจากขาดการจัดหาข้อมูล การวิเคราะห์ การวางแผน การควบคุม และการจัดทำรายงาน เพื่อนำมาใช้ในการบริหารการเงินได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ทำให้ขาดประสิทธิภาพ และไม่ทันต่อสถานการณ์ จึงส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินขององค์กร หรือเป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเงินขององค์กร เช่น อัตราแลกเปลี่ยน/อัตราดอกเบี้ย/สภาพคล่อง/งบประมาณ/สินค้า (Commodities)/ความสามารถในการชำระหนี้และความน่าเชื่อถือทางการเงิน (Credit Risk)
๔. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย/กฎระเบียบ (Compliance Risk: C) คือ ความเสี่ยงเนื่องจากการฝ่าฝืนหรือไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ระเบียบข้อบังคับ ข้อกำหนดของทางการ หรือสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน รวมทั้งไม่สามารถปฏิบัติตามนโยบาย และวิธีการปฏิบัติงานที่องค์กรกำหนดขึ้น

ประโยชน์ของการบริหารความเสี่ยง
- ระบุและบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญได้ทันเวลา
- ทำให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย
- ทำให้ลดอุปสรรคหรือสิ่งที่ไม่คาดหวัง
- ทำให้การกำหนดแผนกลยุทธ์และวัตถุประสงค์สอดคล้องกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
- ทำให้จัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

การบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐาน COSO ประกอบด้วย ๔ วัตถุประสงค์ ๘ องค์ประกอบ ซึ่งครอบคลุมแนวทางการกำหนดนโยบายการบริหารงาน การดำเนินงาน และการบริหารความเสี่ยง ดังนี้

วัตถุประสงค์ของการบริหารความเสี่ยง
๑) ด้านกลยุทธ์ (Strategic: S) เกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมายในระดับสูง ซึ่งต้องเป็นแนวทางเดียวกันและต้องสนับสนุนวัตถุประสงค์ขององค์กร
๒) ด้านการดำเนินงาน (Operation: O) การใช้ทรัพยากรขององค์กรอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ
๓) ด้านการรายงาน (Reporting: R) การรายงานขององค์กรมีความเชื่อถือได้
๔) ด้านการปฏิบัติตามกฎ/ระเบียบ/ข้อบังคับ (Compliance: C) องค์กรได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือกฎหมายที่ใช้บังคับองค์กร

องค์ประกอบการบริหารความเสี่ยง
๑. สภาพแวดล้อมภายในองค์กร (Internal Environment) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ในการกำหนดกรอบบริหารความเสี่ยง เช่น วัฒนธรรมองค์กร นโยบายของผู้บริหาร แนวทางการปฏิบัติงาน บุคลากร กระบวนการทำงาน ระบบสารสนเทศ ระเบียบ เป็นต้น
๒. การกำหนดวัตถุประสงค์ (Objective Setting) ต้องให้มีความสอดคล้องกับกลยุทธ์และความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ เพื่อวางเป้าหมายในการบริหารความเสี่ยงขององค์กรได้อย่างชัดเจนและเหมาะสม โดยใช้วิธี SMART คือ
- Specific: มีความเฉพาะเจาะจง
- Measurable: สามารถวัดได้ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ
- Achievable: สามารถปฏิบัติให้บรรลุผลได้
- Relevant: มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ขององค์กร
- Timely: มีกรอบระยะเวลาที่แน่นอน
๓. การระบุเหตุการณ์ (Event Identification) เป็นการรวบรวมเหตุการ์ที่อาจเกิดขึ้นกับหน่วยงาน ทั้งในส่วนของ ปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากภายในและภายนอกองค์กร เช่น นโยบายบริหารงาน บุคลากร การปฏิบัติงาน การเงิน ระบบสารสนเทศ ระเบียบ กฎหมาย ระบบบัญชี ภาษีอากร ทั้งนี้ เพื่อทำความเข้าใจต่อเหตุการณ์และสถานการณ์นั้น เพื่อให้ผู้บริหารสามารถพิจารณา กำหนดแนวทาง และนโยบายในการจัดการกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
๔. การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) เป็นการจำแนกและพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงที่มีอยู่ โดยการประเมินจาก
- ระดับโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง (Likelihood Score) โดยพิจารณาถึงความถี่ของการเกิดขึ้นในอดีต และคาดการณ์โอกาสที่จะเกิดในอนาคต
- ระดับผลกระทบของความเสี่ยง (Consequence Score) โดยพิจารณาทั้งผลกระทบทางการเงิน และที่ไม่ใช่ทางการเงิน
๕. การตอบสนองความเสี่ยง (Risk Response) เป็นขั้นตอนกำหนดวิธีการจัดการเพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งมีวิธีจัดการความเสี่ยง ประกอบด้วย ๔ กลยุทธ์ หรือกลยุทธ์ 4T (Take, Treat, Transfer,  Termination) เพื่อการบริหารความเสี่ยง
- ยอมรับ (Take) คือ (๑) ยอมรับความเสี่ยง (๒) กำหนดงบประมาณรองรับเหตุการณ์ความสูญเสีย (๓) ดูแลติดตามความเสี่ยงเป็นประจำ
- ลด/บรรเทา (Treat) คือ (๑) กำหนดนโยบายและวิธีการปฏิบัติงานใหม่ (๒) การเพิ่มการควบคุม (๓) การวางระบบงานใหม่ (๔) การฝึกอบรมเพิ่มทักษะเจ้าหน้าที่/พนักงาน (๕) การปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงาน
- โอน/แบ่ง (Transfer) คือ (๑) ทำประกัน (๒) การร่วมทุนหรือหาพันธบัตร (๓) จ้างผู้ให้บริการภายนอกดำเนินการ (๔) การกระจายการลงทุน
- หยุด/หลีกเลี่ยง (Termination) คือ (๑) หยุดกิจกรรมธุรกิจ (๒) ลดสัดส่วนการลงทุน (๓) ปรับเปลี่ยนเป้าหมายทางธุรกิจ (๔) ออกแบบปรับปรุงกระบวนการหรือระบบ (๕) ลดขนาดการลงทุน  
๖. กิจกรรมการควบคุม (Control Activities) การกำหนดกิจกรรมและการปฏิบัติต่าง ๆ ที่กระทำเพื่อลดความเสี่ยง และทำให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ และเป้าหมายขององค์กร มี ๕ ขั้นตอน
- การสอบทางงาน (Reconciliation and Review)
- การดูแลป้องกันทรัพย์สิน (Security of Assets)
- การควบคุมระบบสารสนเทศ (IT Control)
- การทำหลักฐานเอกสารอ้างอิง (Documentarian)
- การอนุมัติ (Authorization and Approvals)
๗. สารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication) คือ องค์กรจะต้องมีระบบสารสนเทศและการติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิรภพี่ เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปพิจารณาดำเนินการบริหารความเสี่ยงให้เป็นไปตามกรอบ และขั้นตอนการปฏิบัติที่องค์กรกำหนด ได้แก่
- ข้อมูลมีเนื้อหาสาระเหมาะสม
- ข้อมูลเป็นปัจจุบันทันเวลา
- มีความถูกต้องสมบูรณ์
- การจำกัดการเข้าถึงอย่างเหมาะสม
- ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ และตรวจสอบได้
- มีระบบการรักษาความปลอดภัย
๘. การติดตาม (Monitoring) คือ องค์กรจะต้องมีการติดตามผล เพื่อให้ทราบถึง ผลการดำเนินการว่า มีความเหมาะสมและสามารถจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง (Ongoing Monitoring) และการประเมินผลการปฏิบัติงานเฉพาะ (Separate Evaluation) เพื่อให้
- แผนจัดการความเสี่ยงถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
- ทราบถึงข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นหลังจากใช้แผนจัดการความเสี่ยง
- สามารถปรับปรุงแก้ไขแผนจัดการความเสี่ยงให้สอดคล้องกับสถานกากรณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปหรือกรณีที่แผนเดิมไม่มีประสิทธิภาพ
- มีการรายงานผลต่อผู้บริหารที่ได้รับมอบหมาย


คัดจาก: กลุ่มตรวจสอบภายใน ระเบียบควรรู้ คู่การปฏิบัติงาน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย หน้า: ๖ - ๑๓

Wednesday, 7 November 2018

แนวทางแก้ปัญหาลูกหนี้ไม่ชำระหนี้สินกองทุนหมุนเวียน

พลเอก ประยุทธ์ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๑ เกี่ยวกับปัญหาลูกหนี้ไม่ชำระหนี้สินกองทุนหมุนเวียนในหมู่บ้าน/ชุมชน

ในการนี้ ขอนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาลูกหนี้ไม่ชำระหนี้สินกองทุนหมุนเวียนในหมู่บ้าน/ชุมชน อาทิเช่น กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (กทบ.) กองทุนหมุนเวียนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) ฯลฯ เป็นต้น ทำให้เงินของรัฐเป็นพันล้านบาทถูกแช่แข็ง (Freeze) อยู่กับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่มีจำนวนไม่มาก เฉลี่ยหมู่บ้าน/ชุมชนละ ๕๐ - ๗๐ คน ทำให้คนส่วนใหญ่อีกเป็นร้อยเป็นพันคนขึ้นอยู่กับขนาดของหมู่บ้าน/ชุมชนเสียโอกาส และเงินไม่มีการหมุนเวียนตามกฎ Irving Fisher คือ MV=PT* อันนำไปสู่การขาดศรัทธาหรือเสียเครดิตในตัวบุคคลที่ไม่ยอมชำระหนี้

แนวทางแก้ไข 
รัฐให้การสนับสนุน ส่งเสริม และปรับปรุงโครงสร้างระบบการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนของหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลหรือไปเกี่ยวข้องเสียใหม่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสทางการเงินและการคลังของเงินทุนหมุนเวียนนอกระบบงบประมาณ และส่งเสริมความยั่งยืนทางการคลังขอประเทศไทย  ดังนี้
(๑) บันทึกรายการหนี้สินของลูกหนี้เงินทุนหมุนเวียนทุกรายและทุกประเภทลงในบัตรประจำตัวประชาชน และผ่านระบบธนาคาร ไม่ว่าจะฝากหรือถอนเงิน และส่งจ่ายเงินกู้ยืมด้วยตนเองหรือผู้ได้รับมอบฉันทะทุกครั้ง เพราะสามารถป้องกันการยักยอกเงินของเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการ รวมทั้ง การทำลายหลักฐานทางการเงินและทะเบียนต่าง ๆ
(๒) ให้ผู้ที่เบี้ยวหนี้ ติดเครดิตบูโร และ/หรือ ฟ้องร้องดำเนินคดี จะได้สร้างวินัยทางการเงินให้กับผู้กู้
(๓) ผู้ที่เป็นหนี้เงินทุนหมุนเวียนของรัฐทุกประเภทไม่มีเวลาหมดอายุความ เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเดือดร้อน ต้องชดใชัเงินของผู้เบี้ยวหนี้โดยใช่เหตุ
(๔) การรับภาระหนี้ให้เป็นรายคน ไม่ใช่รายกลุ่ม แม้นจะรวมกลุ่มกันทำโครงการเพื่อหลีกเลี่ยงภาระที่จะตกกับคนใดคนหนึ่ง หรือคนหนึ่งได้ประโยชน์และอีกคนต้องชดใช้หนี้...ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว
(๕) เมื่อผู้เป็นหนี้เงินทุนหมุนเวียนของรัฐทุกรายทุกประเภทเบี้ยวหนี้ จะมาทำธุรกรรมทางการเงิน หรือติดต่อกับเจ้าหน้าที่ฯ เพื่อขึ้นทะเบียนอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ขึ้นทะเบียนรถ โอนที่ดิน เข้าโรงพยาบาล  จะฝากหรือโอนเงินกับธนาคาร ก็ต้องทำการประนอมหนี้ด้วย 
(๖) เมื่อพบผู้ที่เป็นหนี้ตามข้อ ๕ มีฐานะยากจน จะได้ขึ้นทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและฝึกอาชีพ เพราะอาจเบี้ยวหนี้โดยฐานะหรือถูกหลอก หากพบผู้ที่เป็นหนี้ตามข้อ ๕ มีฐานะร่ำรวย จักได้ทำการยึดทรัพย์หรือเสียค่าปรับ เพราะเบี้ยวหนี้โดยสันดาน


ข้อสังเกต
การนำนโยบายรัฐบาลสู่การปฏิบัติ (Public Policy Implementation) ที่ไม่ประสบผลสำเร็จและไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ มิหนำซ้ำยังเกิดผลกระทบเชิงลบระยะยาวต่อประชาชนอย่างควบคุมไม่ได้ หากไม่มีและไม่ได้คำนึงถึง ๓ มาตรการ (Measurements) ควบคู่กันไป

(๑) มาตรการทางกฎหมาย การปกครอง และขั้นตอนวิธีที่ถูกต้อง (Measurement of Law enforcement, Administration, and Right procedure) เมื่อเป็นเรื่องเงินกู้ก็ขาดกระบวนการบริหารจัดการการเงินที่ได้มาตรฐานเหมือนสถาบันการเงินทั่วไป แต่ปล่อยให้ชาวบ้านจัดการเองทีมีแต่ความเสี่ยงต่อการยักยอกเงิน โกง และเบี้ยวหนี้

(๒) มาตรการทางสังคม การมีส่วนร่วมของชุมชน และภาคประชาสังคม (Measurement of Community Development, People Participation and Civil Society) ซึ่งจำเป็นที่ต้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมด้านการบริหารจัดการ แต่เป็นการบริหารจัดการกลุ่ม/องค์กร เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับการเงิน ต้องเชื่อมโยงการบริหารการเงินกับสถาบันการเงินของรัฐหรือธนาคารเป็นตัวกลาง (Financial Intermediary)

(๓) มาตรการทางการเยียวยา และการช่วยเหลือผู้ถูกกระทบ (Measurement of Social worker and Welfare) หรือผู้ที่ประสบปัญหาทางการเงินจริง ๆ รัฐก็ต้องสนับสนุนอาชีพ ทักษะการประกอบอาชีพ และการมีงานทำ ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย
______________
* quantity theory of money where MV = PT.
• M is the quantity of money,
• V is the speed money flows round the economy,
• P is the level of prices and
• T is the number of transactions.

อ้างถึง 

Tuesday, 6 November 2018

ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบการพัฒนาชุมชนชน

PESTILES เป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาชุมชนทั้งเชิงบวกและลบ

PESTILES are External factors toward positive and negative impact on Community Development

Politics = การเมือง
Economy = เศรษฐกิจ
Socio-culture = สังคมและวัฒนธรรม
Technology = เทคโนโลยี
Infrastructure = โครงสร้างพื้นฐาน
Legislation = กฎหมาย
Environment = สิ่งแวดล้อม
Security = ความมั่นคง ปลอดภัย

Thursday, 1 November 2018

การป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบ

#ป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบ
(Systematic risk)

เรียนก่อนรู้ และรู้ก่อนทำ
*ไม่ทำตามกระแสวิวัฒน์
อย่าทำตามแรงเชียร์*
ศักยภาพแต่ละคน นั่นไม่เหมือนกัน
เสียใจทีหลัง แล้วได้อะไร?

**อัตตา หิ อัตตโน นาโถ โก หิ นาโถ ปโร สิยา
อัตตนา หิ สุทันเตนะ นาถัง ลภติ ทุลลภัง ฯ
ตนแลเป็นที่พึ่งของตน คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
หากว่าบุคคลมีตนที่ฝึกดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งที่ได้โดยยาก ฯ**

__________
*นายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก
**http://www.kalyanamitra.org/th/article_detail.php?i=6410

#system #risk #management

Thursday, 25 October 2018

ทำดีไม่ทุจริต

คนเราทำดี (ดร.ธัชฤทธิ ปนารักษ์*) เรียงระดับจากมากไปหาน้อย เพราะ
๑.ไม่มีทางเลือก กลัวทำชั่วแล้วก็ถูกลงโทษตามกฎหมาย
๒. มีรางวัล อาจเป็นเงิน และ/หรือ ไม่ใช่เงิน เช่น ประกาศเกียรติคุณ โล่ห์
๓. หนังหน้า หรือ เอาหน้า ต้องการชื่อเสียง
๔. เป็นหน้าที่ ถ้าไม่ใช่หน้าที่ ก็ไม่ทำ
๕. หิริโอตะปะ คือ มีความละอายต่อบาป และเกรงกลัวต่อบาป หรือมียางอาย เป็นระดับอุดมคติ สูงสุด



คนเราเมื่อได้ประพฤติดีประพฤติชอบแล้ว เหมือนว่าไม่จำเป็นต้องมีระเบียบข้อบังคับใด ๆ เพราะเป็นคนมีวินัยอยู่ในใจ

สะท้อนภัยของการทุจริต เพราะ
๑.เกรงใจ จึงเสียงาน
๒.สงสาร จึงเสียหาย
๓.เชื่อง่าย จึงเป็นทุกข์

เหตุผลที่เกิดระบบอุปถัมภ์ มี ๗ ประการ
๑.สายโลหิต
๒.ศิษย์ข้างเคียง
๓.เสบียงหลังบ้าน (Empathy = เอื้อเฟื้อ เอาใจใส่)
๔.กราบกรานสอพลอ
๕.ล่อไข่แดง (ได้เสียเป็นผัวเมีย)**
๖.แกร่งวิชา (เก่งจริง ๆ)***
๗.ถลามาเอง
___________________
*กรรมการกำกับหลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์ ป.ป.ช. รัดับสูง (นยปส.) และประธานชมรม ป.ป.จ.ภาคอีสาน
**มุกจีบสาว
ใช้ทรัพย์ล่อ ยอให้เหลิง เชิงออกอ้อน วอนขอรัก ดักให้จน ทนให้ด่า ท้าให้ตบ ตะปบตัวเธอ
***เก่ง เฮง ดวง (เด็กของใคร วิ่งแค่ไหน เงินมีไม่) เลีย

Sunday, 7 October 2018

การเมืองไทย: ฝัน หวัง และภาวนา

ฝัน!
การเมืองไทย เป็นการเมืองเชิงสร้างสรรค์ ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการประเทศทั้งทางตรงหรือทางอ้อม

นักการเมืองไทยทุกคน เป็นบุคคลสาธารณะ ใกล้ชิดประชาชน มุ่งประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน

ประชาชนชาวไทยทุกคนรับรู้ความเคลื่อนไหวของนักการเมืองและสามารถจ้างนักการเมืองให้ทำงานแทนประชาชน

หวัง!
การเมืองไทย นำปัญหาความต้องการและศักยภาพของประชาชนทุกหมู่เหล่าตั้งแต่ระดับชุมชน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ประเทศชาติ และนานาชาติ มากำหนดเป็นนโยบายสาธารณะ อีกทั้ง ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน

นักการเมืองไทย เป็นบุคคลที่มีความคิดอ่าน มีความสามารถ ทันต่อเหตุการณ์ มีความโอภาปราศรัย รู้จริง ปฏิบัติจริง มีภาวะผู้นำสูง พร้อมเสียสละ ไม่อืดอาดยืดยาด ไม่ร้อยเล่ห์พันเหลี่ยม และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน

ประชาชนชาวไทยกับนักการเมืองรักกันเสมือนญาติ สื่อสารติดต่อง่าย ไม่มีม่านกันหลังจากได้รับการคัดเลือก

ภาวนา!
การเมืองไทย ไม่ใช่คิดการณ์ เพื่อทะเลาะกันเพราะผลประโยชน์ส่วนตน กลุ่มตน

นักการเมืองไทย ไม่ต้องการเข้าสู่อำนาจเพื่อความซะใจ แก้แค้น กอบโกย เสริมสร้างบารมี

ประชาชนชาวไทย ไม่พึ่งนักการเมืองเสมือนขอทาน ขอเศษส่วนแบ่ง และเป็นเครื่องมือให้นักการเมืองหาประโยชน์ หารายได้และถอนทุน

Wednesday, 3 October 2018

นโยบายรัฐบาลที่ไม่สัมฤทธิผล

ค้นพบแล้วยัง!
การนำนโยบายรัฐบาลสู่การปฏิบัติ (Public Policy Implementation) ที่ไม่ประสบผลสำเร็จและไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ มิหนำซ้ำยังเกิดผลกระทบเชิงลบระยะยาวต่อประชาชนอย่างควบคุมไม่ได้ หากไม่มีและไม่ได้คำนึงถึง ๓ มาตรการ (Measurements) ควบคู่กันไป
๑. มาตรการทางกฎหมาย การปกครอง และขั้นตอนวิธีที่ถูกต้อว (Measurement of Law enforcement, Administration, and Right procedure)
๒. มาตรการทางสังคม การมีส่วนร่วมของชุมชน และภาคประชาสังคม (Measurement of Community Development, People Participation and Civil Society)
๓. มาตรการทางการเยียวยา และการช่วยเหลือผู้ถูกกระทบ (Measurement of Social worker and Welfare)