Thursday, 1 March 2018

เศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง/ชุมชนเข้มแข็ง

๑. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเศรษฐกิจแบบพอเพียงเฉลิมพระเกียรติ ภาษาอังกฤษว่าอย่างไร
- The Royal Initiative of the 'Self-sufficiency Economic Philosophy' Project for Honorable Celebration

๒. เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสขึ้นแนะแนวทางมาแล้วกี่ ……. ปี
- ๕ ปี (๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๑)

๓. เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริหมายถึง
- ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีระบบคุ้มกันในตัว

๔. การที่จะเปลี่ยนให้คนมีเศรษฐกิจพอเพียง จำเป็นต้องทำทั้งหมดหรือไม่ ตามแนวพระราชดำริ
- ไม่จำเป็น เพียงเศษหนึ่งส่วนสี่ ก็อยู่ได้

๕. การดำเนินโครงการตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องใดเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
- ทุนทางสังคม (Social Capital)

๖. เป้าหมายของการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง ก็เพื่อมุ่งพัฒนาสินค้าชุมชน ออกเป็นสินค้าส่งออก ใช่หรือไม่
- ไม่ใช่ แต่เป้าหมายเพื่อให้ชุมชนพึ่งตนเองได้

๗. บทบาทข้าราชการในการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงมีอะไรบ้าง
- สนับสนุนเงินทุน เป็นผู้ให้ความสะดวก (facilitator) และสนับสนุน (supporter)

๘. หน่วยงานใดรับผิดชอบ การวางนโยบายและแนวทางการดำเนินการตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงเฉลิมพระเกียรติ
- คณะกรรมการบริหารโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงเฉลิมพระเกียรติ

๙. หน่วยงานใดรับผิดชอบ การวางนโยบายและแนวทางการดำเนินการตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงเฉลิมพระเกียรติ ระดับอำเภอ
- คณะกรรมการพัฒนาอำเภอ

๑๐. การใช้เงินทุนดังกล่าว หากกลุ่มไม่สามารถคืนเงินยืมได้ จะทำอย่างไร
- องค์การบริหารส่วนตำบล ต้องตั้งงบประมาณชดใช้คืนเงินทุน

๑๑. เศรษฐกิจพอเพียง สนองตอบต่อเป้าหมายใดทางเศรษฐกิจ
- การกระจายรายได้และสร้างความเป็นธรรมในสังคม

๑๒. หลักการสำคัญในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๙ (พ.ศ.๒๕๔๕ - ๒๕๔๙) ประกอบด้วยอะไรบ้าง
- เศรษฐกิจพอเพียง และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน

๑๓. กรมการปกครองรับผิดชอบและสนับสนุนการจัดประชาคม ระดับใด
- ระดับจังหวัด และอำเภอ

๑๔. เทคนิคการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
- การสร้างวิทยากรเครือข่ายระดับอำเภอ จังหวัด

๑๕. การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เริ่มปรากฏอยู่ในแผนพัฒนาฉบับใด
- แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๘

๑๖. การพัฒนาประชารัฐ เป็นการพัฒนาแบบใด
- แบบองค์รวม (Holistic Approach) คือ องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องสามารถประสานกันครบองค์มีดุลยภาพเกิดขึ้น

๑๗. การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ปรากฏอยู่ในโครงการใดของกระทรวงมหาดไทย
- โครงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง

๑๘. การพัฒนาประชารัฐ มีแนวทางการพัฒนาอย่างไร
-เน้นความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐกับประชาชน ให้ทุกส่วนมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณะของภาครัฐ ปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบราชการ ให้มีความต่อเนื่องในการบริหารงานพัฒนาและการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

๑๙. ในระยะเริ่มต้นของการใช้แผนฯ ๘ ได้เกิดกระบวนการอะไรเกี่ยวกับการพัฒนาประชารัฐ
-ประชาคมจังหวัด

๒๐. ประชาสังคม (Civil Society) คืออะไร
- การที่คนในสังคม มีจิตสำนึก (Civil Consciousness) ร่วมกัน มารวมตัวกันในลักษณะที่เป็นหุ้นส่วนกัน เพื่อกระทำการบางอย่าง ด้วยความรักและเอื้ออาทรต่อกัน ภายใต้ระบบการจัดการให้เกิดความรู้สึกร่วมกัน เพื่อประโยชน์สาธารณะ

๒๑. องค์ประกอบของประชาสังคม (Civil Society) ประกอบด้วยอะไรบ้าง
- จิตสำนึกประชาสังคม โครงสร้างองค์กรประชาสังคม และเครือข่ายประชาสังคม

๒๒. ตามแนวคิดประชาสังคม (Civil Society) แบ่งภาคีการพัฒนาออกเป็นกี่ภาคส่วน อะไรบ้าง
- แบ่งออกเป็น ๓ ส่วน คือ ภาครัฐหรือราชการ (Public Sector) ภาคธุรกิจเอกชน (Private Sector) และภาคประชาชน (People Sector)

๒๓. หน่วยงานใดบ้างที่ร่วมกันจัดทำโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อเผชิญปัญหาวิกฤติ
- กรมการปกครอง กรมการพัฒนาชุมชน สำนักนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย สถาบันราชภัฏ สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

๒๔. โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อเผชิญปัญหาวิกฤติ มาจากภาษาอังกฤษว่าอย่างไร
- The Project of Community Empowerment Response to Crisis Action Plan (CERCAP)

๒๕. โครงการ เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อเผชิญปัญหาวิกฤติ อยู่ในความดูแลขององค์กรใด
- คณะกรรมการนโยบายสังคมแห่งชาติ โดยมีคณะอนุกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อเผชิญปัญหาวิกฤติ

๒๖. องค์กรระหว่างประเทศใด ที่ให้การสนับสนุนโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อเผชิญปัญหาวิกฤติ
- UNDP: United Nations Development Programme

๒๗. มาตรการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ที่กรมการปกครองใช้ มีกี่ประการ อะไรบ้าง
- มี ๓ ประการ คือ การปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำงานภาครัฐ การเพิ่มศักยภาพชุมชน และการปรับปรุงระบบงบประมาณและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

๒๘. การปรับปรุงระบบงบประมาณและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีการปรับปรุงอะไรบ้าง
- การปรับปรุงระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย การวางแผนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และระเบียบเกี่ยวกับงบประมาณและพัสดุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

๒๙. วิทยากรเครือข่ายระดับอำเภอ ประกอบด้วยใครบ้าง
- ปลัดอำเภอและเจ้าหน้าที่ ๔ กระทรวงหลัก ในระดับอำเภอ ที่มีทักษะในการถ่ายทอด ซึ่งมีจำนวน ๕ คน ใน ๓๕ จังหวัด

๓๐. กรมการปกครองใช้วิธีการใด ในการสร้างวิทยากรเครือข่ายระดับอำเภอ
- การอบรมแบบมีส่วนร่วม (Participatory Training)

๓๑. เทคนิคการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ในการสร้างวิทยากรเครือข่ายระดับอำเภอ ประกอบด้วยอะไรบ้าง
- A – I – C (Appreciation – Influence – Control)
- F.S.C. (Future Search Conference)

๓๒. A – I – C คืออะไร
- Appreciation – Influence – Control เป็นการประชุมแบบมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ ทำความเข้าใจสภาพปัญหาและขีดจำกัด และสร้างวิสัยทัศน์รวมทั้งแผนงานร่วมกัน

๓๓. F.S.C. คืออะไร
- Future Search Conference หรือ การสร้างอนาคตร่วมกัน เป็นเทคนิคการทำความเข้าใจอดีต ปัจจุบันและเชื่อมโยงสู่อนาคตร่วมกัน ร่วมกันสร้างวิสัยทัศน์ (Vision)ของอนาคตและจัดทำแผนปฏิบัติการรองรับ

๓๔. ทุนทางสังคม (Social Capital) คืออะไร
- ศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ ชุมชน และสถาบันองค์กรทางสังคม

๓๕. ผู้นำที่อยู่ในพื้นที่ หรืออยู่ในชุมชนที่ทำหน้าที่ในการกระตุ้นและส่งเสริมให้ประชาชน เกิดการรวมตัวตามแนวความคิดประชาสังคม เรียกว่าอะไร
-ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent)

๓๖. ผู้นำที่อยู่ในพื้นที่ เป็นบุคคลเดียวกับวิทยากรเครือข่ายอำเภอหรือไม่
-อาจเป็นบุคคลคนเดียวกัน ถ้าวิทยากรเครือข่ายอำเภอซึ่งเป็นผู้ประสาน เข้าไปกระตุ้นชุมชนโดยตรง บุคคลผู้นั้นก็เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงอีกฐานะหนึ่งด้วย

๓๗. เวทีประชาคมคืออะไร
- คือ พื้นที่สาธารณะ หรือสถานที่ที่ผู้คนสามารถมาพบปะรวมตัวกันเพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยน ความคิด ความเห็นได้

๓๘. การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน คืออะไร
- การเพิ่มกำลังอำนาจให้แก่ประชาชน ในการคิด การทำ การเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนา การแก้ปัญหาต่าง ๆ และการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

๓๙. องค์ประกอบของชุมชนที่เข้มแข็ง ประกอบด้วย อะไรบ้าง
- องค์ประกอบ ๙ ประการ คือ
๑) มีบุคคลหลากหลายรวมตัวกันอย่างเป็นทางการ หรือไม่ทางการ
๒) มีเป้าหมายร่วมกันและยึดโยงเกาะเกี่ยวกันด้วยผลประโยชน์สาธารณะและของสมาชิก
๓) มีจิตสำนึกของการพึ่งตนเองรักและเอื้ออาทรต่อกันและมีความรักชุมชน
๔) มีอิสระในการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ
๕) มีการระดมใช้ทรัพยากรในชุมชนอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ
๖) เรียนรู้ เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย
๗) มีการจัดทำกิจกรรมที่เป็นสาธารณะของชุมชนอย่างต่อเนื่อง
๘) มีการจัดการบริหารงานกลุ่มที่หลากหลายและเครือข่ายที่ดี
๙) มีการเสริมสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่หลากหลาย

ที่มา:


แผนปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อเผชิญปัญหาวิกฤติ (CERCAP)

แผนปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อเผชิญปัญหาวิกฤติ
(COMMUNITY EMPOWERMENT RESPONSE TO CRISIS ACTION PLAN : CERCAP)
ข่าวราชการ มติคณะรัฐมนตรี -- อังคารที่ 7 กันยายน 2542 18:34:00 น.
ทำเนียบรัฐบาล--7 ก.ย. 42 --บิสนิวส์
คณะกรรมการนโยบายสังคมแห่งชาติรับทราบแผนปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อเผชิญปัญหาวิกฤตตามที่คณะอนุกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อเผชิญปัญหาวิกฤติเสนอ ว่าที่ประชุมมีมติให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อเผชิญปัญหาวิกฤติ เพื่อใช้เป็นกรอบในการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องสำหรับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. วัตถุประสงค์
1.1
ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจวางแผนดำเนินงาน และติดตามประเมินผลการแก้ปัญหาวิกฤตของชุมชนในลักษณะประชาคม
1.2
เสริมสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการพัฒนาแบบองค์รวม ซึ่งจำแนกเป็น 3 ด้าน คือ
1)
ปรับวิธีคิด ทัศนคติ และพฤติกรรมของบุคลากรภาคราชการให้สนับสนุนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน การพัฒนาแบบองค์รวม และการทำงานร่วมกับภาคีการพัฒนา
2)
ปรับกลไก มาตรการ ระบบงาน และระเบียบของภาครัฐให้สนับสนุนการทำงานตามแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และการพัฒนาแบบองค์รวม
3)
ระดมความร่วมมือทางสังคมทุก ๆ ด้านเพื่อสนับสนุนให้ชุมชนสามารถเผชิญกับปัญหาวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. องค์กรบริหาร
องค์กรบริหารการแก้ไขปัญหาวิกฤติในระดับชาติ คือ คณะกรรมการนโยบายสังคมแห่งชาติ โดยคณะอนุกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อเผชิญปัญหาวิกฤติ (รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์) เป็นประธาน ส่วนระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ได้แก่ คณะกรรมการพัฒนาจังหวัด คณะกรรมการพัฒนาอำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบล/สภาตำบล และคณะกรรมการหมู่บ้าน ตามลำดับ

3. กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
3.1
ส่งเสริมศักยภาพกรรมการหมู่บ้านในการเป็นแกนเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดย
-
สร้างจิตสำนึกของประชาชน กลุ่ม/องค์กร ให้มีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ปัญหาผลกระทบของวิกฤต
-
เพิ่มขีดความสามารถของผู้นำหมู่บ้านในการวิเคราะห์สถานการณ์ การจัดทำแผนปฏิบัติการ และการดำเนินงานตามแผนฯ ดังกล่าว
-
จัดเวทีการมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชน ชาวบ้าน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ผลกระทบของวิกฤตที่มีต่อชุมชน วางแผนแก้ไขปัญหา ติดตามการปฏิบัติตามแผน และประเมินผลการปฏิบัติงานร่วมกัน
-
ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายระหว่างหมู่บ้านในการจัดทำแผนร่วมกัน
3.2
ส่งเสริมศักยภาพขององค์การบริหารส่วนตำบล/สภาตำบลในการเป็นแกนสนับสนุนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในตำบล โดย
-
พัฒนาทัศนคติขององค์การบริหารส่วนตำบล/สภาตำบล ให้ยอมรับและสนับสนุนกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการแก้ปัญหาวิกฤต
-
เสริมสร้างขีดความสามารถขององค์การบริหารส่วนตำบล/สภาตำบล ในการบริหารจัดการในกระบวนการแก้ปัญหาผลกระทบของวิกฤติ
-
ส่งเสริมบทบาทขององค์การบริหารส่วนตำบล/สภาตำบล ในการสนับสนุนกรรมการหมู่บ้านจัดเวทีการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาผลกระทบของวิกฤต
3.3
สนับสนุนการส่งเสริมศักยภาพของกรรมการหมู่บ้านและองค์การบริหารส่วนตำบล/สภาตำบล โดย
-
จัดตั้งกลุ่มแกนระดับตำบล ให้สนับสนุนการบริหารจัดการพัฒนาและวิชาการให้แก่หมู่บ้าน
-
สร้างและพัฒนาเครือข่ายระหว่างกรรมการหมู่บ้าน องค์การบริหารส่วนตำบล/สภาตำบล ให้ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
-
สนับสนุนศูนย์ข้อมูลของกรมการพัฒนาชุมชนในการให้ข้อมูลแก่หมู่บ้านในการจัดทำแผนฯ

4. ขั้นตอนดำเนินงานของกระบวนการ
-
กรรมการหมู่บ้านจัดเวทีประชาคมให้แก่กลุ่ม/องค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ฯลฯ ร่วมกันเรียนรู้ข้อมูลสถานการณ์ของหมู่บ้าน ปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหา เป็นแผนแก้ไขปัญหาวิกฤติของหมู่บ้าน โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในรูปแบบต่าง ๆ
-
กรรมการหมู่บ้านนำเสนอแผนในส่วนที่ไม่สามารถดำเนินการเองได้ต่อองค์การบริหารส่วนตำบล/สภาตำบล เพื่อวิเคราะห์และจัดสรรงบประมาณสนับสนุน ทั้งนี้ ในส่วนที่เกินความสามารถขององค์การบริหารส่วนตำบล/สภาตำบลให้นำเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาอำเภอ
-
คณะกรรมการพัฒนาอำเภอ/องค์การบริหารส่วนตำบล/สภาตำบล และกลุ่มแกนระดับตำบล ร่วมกันติดตามการดำเนินการตามแผน/แนวทางการพัฒนาของหมู่บ้านที่ประชาชนสามารถดำเนินการได้เอง
-
กรรมการหมู่บ้าน/องค์การบริหารส่วนตำบล/สภาตำบล และกลุ่มแกนระดับตำบล สรุปบทเรียนเป็นระยะเพื่อเรียนรู้ร่วมกันและวางแผนปฏิบัติงานต่อไปเป็นวงจรอย่างต่อเนื่อง

5. องค์กรดำเนินการ
องค์กรหลักในการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อเผชิญปัญหาวิกฤต คือ กลุ่มแกนระดับตำบล ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกประมาณ 5 - 7 คน ได้แก่ คปต.  กำนัน นักพัฒนาองค์กรเอกชน ปราชญ์ชาวบ้าน/ผู้ทรงคุณวุฒิ ฯลฯ คัดเลือกและแต่งตั้งโดยคณะกรรมการพัฒนาอำเภอ

6. กลไกดำเนินการ
กลไกในการดำเนินการแก้ไขปัญหาวิกฤต คือ
6.1
แผนพัฒนา คือ แผนพัฒนาที่มีอยู่ในระดับจังหวัดถึงระดับตำบล เสริมด้วยการจัดทำแผนแก้ไขวิกฤตของหมู่บ้านซึ่งประกอบด้วย การแก้ไขวิกฤต 3 แนวทาง คือ
1)
แนวทางในการพึ่งตนเอง
2)
แนวทางในการร่วมมือกับหมู่บ้าน ตำบล หรือหน่วยงานต่าง ๆ
3)
แนวทางในการขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ
6.2
ศูนย์รวมใจแก้ไขวิกฤต คือ สำนักงานเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อเผชิญปัญหาวิกฤต เป็นศูนย์บริหารการปฏิบัติงานตามแผนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนฯ แบบเบ็ดเสร็จ เชื่อมโยงการติดต่อการบริการข้อมูลข่าวสาร ปัญหาและความต้องการจากระดับชุมชนถึงระดับจังหวัด และศูนย์รวมใจฯ ระดับจังหวัด เชื่อมโยงถึงสำนักงานอนุกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนฯ

7. งบประมาณ
งบประมาณสำหรับสนับสนุนโครงการ/กิจกรรม/แผนงานของหมู่บ้าน ตำบล หรือประชาคม ใช้จากงบประมาณปกติที่มีอยู่แล้วของหน่วยงานต่าง ๆ งบประมาณขององค์กรปกครองท้องถิ่น และความช่วยเหลือจากแหล่งทุนต่าง ๆ

8. พื้นที่เป้าหมายดำเนินการ
ดำเนินงานทุกจังหวัดทั่วประเทศตามความพร้อมของแต่ละพื้นที่ และเพื่อส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ร่วมกันของชุมชนจึงกำหนดให้มีเครือข่ายการเรียนรู้ระดับเขต 13 เครือข่าย ที่มีจังหวัดเป็นแกนของเครือข่าย 13 จังหวัด ประกอบด้วย นครนายก จันทบุรีอุบลราชธานี เลย เชียงราย พิษณุโลก เพชรบุรี นครศรีธรรมราช ยะลา พระนครศรีอยุธยา มหาสารคาม นครสวรรค์ และภูเก็ต ทั้งนี้ให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่เครือข่ายการเรียนรู้อีก 1 เครือข่าย รวมเครือข่ายการเรียนรู้ 14 เครือข่าย
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดนายชวน หลีกภัย)--วันที่ 6 กันยายน 2542--

อ้างถึง :